สินค้าของเรา        
สอบถามเพิ่มเติม โทร 081 6217750
ไลน์ @pingponginter
22. ประเภทของความหมุนต่างๆ ที่นักกีฬาต้องฝึกตีให้ได้

ความหมุนต่างๆ ดังต่อไปนี้  เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องฝึกให้ครบเพื่อนำไปใช้ในการแข่งขัน  มีดังต่อไปนี้

1.  TOP SPIN  
คือ  ลักษณะของลูกปิงปองที่วิ่งไปข้างหน้าพร้อมความหมุนที่หมุนไปข้างหน้า
หากเราใช้ด้านโฟร์แฮนด์ตี  ภาษาสากลจะเรียกว่า  โฟร์แฮนด์ TOP SPIN
หากเราใช้ด้านแบ๊คแฮนด์ในการตี  ภาษาสากลจะเรียกว่า  แบ๊คแฮนด์ TOP SPIN

1 TOP SPIN

2.  BACK SPIN
คือ ลักษณะของลูกปิงปองที่วิ่งไปข้างหน้า  แต่ความหมุนจะหมุนถอยหลัง  หรือที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดีก็คือ "ลูกตัด"

1 BACK SPIN

3.  SIDE SPIN (LEFT)
คือ  ลักษณะของลูกที่วิ่งไปข้างหน้า  แต่ลูกปิงปองมีความหมุนด้านข้าง คล้ายกับความหมุนของลูกข้าง  โดยสามารถทำให้หมุนได้ทั้งหมุนจากด้านซ้ายไปด้านขวา  และ  หมุนจากด้านขวาไปด้านซ้าย

1 SIDE SPIN

4.  MIX SPIN 
คือ ลักษณะลูกปิงปองที่วิ่งไปข้างหน้า  แต่มีการสร้างความหมุนแบบผสม 2 ความหมุน  ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในการฝึกด้านลูกเสริฟ

1 MIXSPIN

.

5.  NO SPIN 
คือ ลักษณะของลูกปิงปองที่วิ่งไปข้างหน้า   ไม่มีความหมุนใดๆ ไปพร้อมกับความหมุน

1 NO SPIN 1

หมายเหตุ

Magnus Effect (ปรากฏการณ์แมกนัส) คือปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นเมื่อ วัตถุที่กำลังหมุน (เช่น ลูกปิงปอง) เคลื่อนที่ผ่านอากาศ  แล้วเกิดแรงกระทำในทิศทางที่ทำให้วัตถุนั้นเบี่ยงเบนออกจากแนววิถีเดิม

สำหรับในกีฬาปิงปองแล้ว Magnus Effect คือ "หัวใจ" ที่ทำให้กีฬานี้มีเสน่ห์และคาดเดายากที่สุดเลยครับ เพราะลูกปิงปองมีน้ำหนักเบามาก (ประมาณ 2.7 กรัม) แรงแมกนัสจึงส่งผลต่อวิถีลูกอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับกีฬาอื่น


นี่คือวิธีการที่ Magnus Effect ทำงานกับลูกปิงปองในแต่ละประเภทการหมุนครับ:


1. ลูกหมุนหน้า (Topspin)

เมื่อคุณลากหน้าไม้เสียดสีลูกขึ้นด้านบน ลูกจะหมุนไปข้างหน้า (หมุนตามเข็มนาฬิกาถ้ามองจากด้านข้างขวา)


ฟิสิกส์: อากาศด้านบนลูกจะไหลช้าลง (เพราะสวนทางกับการหมุน) อากาศด้านล่างจะไหลเร็วขึ้น (เพราะไปทางเดียวกับการหมุน)


ผลลัพธ์: เกิดแรงกดลง (Downward Force) ทำให้ลูก "มุด" ลงโต๊ะเร็วกว่าปกติ ช่วยให้คุณตีกดเต็มแรงได้โดยที่ลูกไม่หลุดออกนอกโต๊ะ


2. ลูกหมุนย้อน (Backspin หรือลูกตัด)

เมื่อคุณลากหน้าไม้ลงใต้ลูก ลูกจะหมุนถอยหลัง


ฟิสิกส์: อากาศด้านล่างลูกจะไหลช้าลง อากาศด้านบนไหลเร็วขึ้น


ผลลัพธ์: เกิดแรงยก (Lift Force) ทำให้ลูก "ลอย" อยู่ในอากาศได้นานกว่าปกติ วิถีลูกจะดูเหมือนพุ่งเลียดโต๊ะและตกช้าลง เมื่อกระทบไม้คู่ต่อสู้ ลูกจะกระดอนตกลงล่างทันที


3. ลูกหมุนข้าง (Sidespin)

เมื่อคุณลากหน้าไม้ไปทางซ้ายหรือขวา ลูกจะหมุนรอบแกนตั้ง


ฟิสิกส์: เกิดความต่างของความดันอากาศระหว่างฝั่งซ้ายและขวาของลูก


ผลลัพธ์: ลูกจะ "เลี้ยว" เป็นแนวโค้งกลางอากาศ (เหมือนลูกกล้วย) และเมื่อกระทบโต๊ะหรือไม้คู่ต่อสู้ ลูกจะกระดอนออกไปในทิศทางที่มันหมุนอยู่



ข้อมูลเพิ่มเติมจาก AI Gemini