ในบรรดากีฬาที่มีลูกบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง กีฬาปิงปองถือว่าลูกบอลที่ใช้ในการเล่นมีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 40 มิลลิเมตรเท่านั้น
ดังนั้น การตีให้ถูกลูกปิงปองสำหรับผู้เริ่มฝึกใหม่จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และนอกจากจะต้องตีให้ถูกลูกแล้วยังต้องให้ถูกตำแหน่งต่างๆ บนลูกปิงปองอีกด้วย นี่ยังไม่รวมในเรื่องของการจะต้องตีให้ลงบนโต๊ะตามตำแหน่งต่างๆ ด้วยครับ
Contact Point คืออะไร?
Contact point คือ จุดที่ไม้ปิงปอง และ ลูกปิงปอง มากระทบกันพอดี ซึ่งการจะตีลูกให้เกิดประสิทธิภาพ และควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำ มีหลักการในการตีดังนี้
1. บนหน้าไม้ปิงปอง
จะต้องฝึกตีลูกให้ถูกบริเวณกลางไม้ จะเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด เพราะเป็นบริเวณที่ไม้มีความเสถียรและมีความแน่นมากที่สุด จะทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่าย ตีออกไปจะมีทิศทางที่แน่นอน
หมายเหตุ
1. ไม้ปิงปองแต่ละอันจะมี Contact กลางไม้ที่ไม่เหมือนกันได้ และไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่กลางไม้เสมอไป เนื่องมาจากการออกแบบกายภาพของไม้ที่แตกต่างกัน เช่น ไม้บางรุ่นออกแบบให้หนักที่หัวไม้ Contact point จะเลื่อนไปอยู่ใกล้หัวไม้มากยิ่งขึ้น หรือ ไม้ที่ออกแบบให้หนักที่ด้ามไม้จุด Contact point จึงเลื่อนไปอยู่ที่ใกล้ด้ามจับ ฯลฯ
2. ไม้บางรุ่น ไม้เปล่ามีการสอดไส้ต่างๆ อยู่ภายในชั้นไม้ จึงเป็นเทคโนโลยีในการเพิ่มพื้นที่ความเด้งบนหน้าไม้ ( Sweet Spot ) ให้กว้างมากยิ่งขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้จุด Contact point เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
2. บนลูกปิงปอง
ดังที่ทราบแล้วว่าลูกปิงปองมีขนาดเล็กมาก และเล็กที่สุดในบรรดากีฬาที่มีลูกบอลเป็นอุปกรณ์การเล่น ดังนั้นผู้เล่นจะต้องมีความละเอียดและมีความแม่นยำในการตีลงไปบนลูกปิงปอง
ซึ่งตำแหน่งบนลูกปิงปอง แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้ดังนี้
ตีด้านบน (หัวลูก)
สำหรับการตี Top Spin โดยการลากไม้แบบเสียดสีผิวของลูก จากล่างขึ้นบนผ่านส่วนบนของลูก ลูกจะหมุนไปข้างหน้า
ตีด้านล่าง (ใต้ลูก)
สำหรับตี Backspin (ลูกตัด) โดยการลากไม้แบบเสียดสีผิวลูก และตีเข้าไปบริเวณใต้ลูก ซึ่งลูกจะหมุนแบบถอยหลัง
ตีกลางลูก (ตรงกลาง)
สำหรับการตบ (Smash) หรือการบล็อก (Block) ที่เน้นส่งแรงปะทะไปตรงๆ ไม่ต้องลากไม้แบบเสียดสีลูก
ด้านข้าง (ซ้ายและขวา)
สำหรับการตีลูกแบบ Side Spin (ลูกไซด์ด้านข้าง) เพื่อให้ลูกหมุนด้านข้างๆ เหมือนการหมุนของลูกข่าง
จุด Contact Point หน้าไม้สัมผัสถูกลูกแบบไหนจะให้ความหมุน และสัมผัสถูกลูกแบบไหนจะให้ความเร็ว ?
Contact point เราได้ทราบกันแล้วว่าคือ จุดที่ไม้ปิงปอง และ ลูกปิงปอง มากระทบกันพอดี ซึ่งการที่ทำให้ลูกปิงปองวิ่งไปด้วยความเร็ว หรือจะให้วิ่งไปด้วยความหมุนด้วย จะต้องลักษณะของการสัมผัสถูกปิงปองดังนี้.....
หน้าไม้ต้องเสียดสีกับผิวของลูกปิงปอง จะได้ผลลัพธ์เป็นความหมุน (SPIN)
